Congratulation!!! ยินดีกับประดู่รุ่น 5 ด้วยเด้อ~
posted on 15 Jul 2006 12:39 by bostaf in Speacialเมื่อวันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ............................................... นี่จะพูดเป็นทางการทำไมเนี่ย บอกว่าไปรับปริญญามาก็สิ้นเรื่อง หึหึ ใช่แล้วครับ ท่านผู้ชม
เรารับปริญญาแล้ว >_______<
ในที่สุดข้าก็มีวันนี้ TT_TT วันที่ใส่ชุดครุย วันที่มีน้องๆมาบูม วันที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร วันนี้ที่รอคอย (เพ้อละๆ)
ก่อนที่จะพล่ามมากไปกว่านี้ ขอบันทึกเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมาเลยดีก่า
คำเตือน :: ระวังอ่านจนหลับ เพราะเยอะเอาการ
เสาร์ 8 กรกฎาคม 2549
เดินทางกลับม. ไม่ใช่สิ เดินทางไปมหาลัยที่นครศรีฯ (เห็นได้ชัดว่าเราใช้คำว่ากลับม. แทนที่จะใช้คำว่าไปม.เพราะเราคิดว่าม.ก็คือบ้านอีกที่หนึ่ง เรารักวลัยลักษณ์ กี๊สสสส) ออกจากบ้านตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้า = = นั่งรถตู้ไปลงหาดใหญ่ แล้วก็นั่งรถตู้ไปลงนคร แล้วก็นั่งรถตู้จากนครเข้าม. (หลายต่อจริงวุ้ย) ไปถึงก็เกือบ 4 โมงเย็นโทรเรียกน้องเมทBให้มารับหน้าหอโดนเธอกอดซะเต็มรัก (แอ๊ฟฟฟ พี่เพิ่งมาเหนื่อยๆนะน้อง)
อ้อ เนื่องจาก เรามีน้องเมทและเมทๆหลายคน เพราะฉะนั้นจะใช้อักษรย่อแทนแต่ละคนเลยละกัน
เมทN =Nannyบัณฑิตรุ่น 5 (จบพร้อมกัน) อยู่ห้องเดียวกันตอนปี 2 หลังจากนั้นก็ห้องติดกัน
เมทP = Palmy ปี 5 (เธอยังไม่จบ - -") เมทคนนี้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ปี 1 ยันเรียนจบเรียนคณะเดียวกัน เลขที่ติดกัน เป็นคู่แลปกัน
น้องเมทK = Kateปี 4 อยู่ห้องเดียวกันตอนเราอยู่ปี 2 หลังจากนั้นเธอก็อยู่กับเมทN
น้องเมทB = Bee ปี 3 น้องเมทที่กล่าวถึงบ่อยๆ อยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่น้องเค้าเข้าเรียนจนเราเรียนจบ
พอตกเย็นก็รวมพลเมทๆ ออกไปร่อนข้างนอก ออก(ไป)หา(อะไร)กิน แล้วก็โดนน้องเมทK ลากไปนั่งดื่ม..................... แค่น้ำแข็งปั่นน่ะ - - หลังๆออกอาการเมาน้ำปั่น(ทำไปได้) เลยพากันกลับหอตอนเที่ยงคืนกว่าๆ อาศัยนอนห้องน้องเมทB เตียงว่างก็มีนะเตียงนึงแต่ไม่นอน (ไม่ได้ปูที่นอน ขี้เกียจ) เลยไปเบียดๆนอนบนเตียงน้องเค้า เหอๆ (แย่งหมอน+ผ้าห่ม+พัดลม - -)
อาทิตย์ 9 กรกฎาคม 2549
ตามกำหนดการ 10 โมงเช้าต้องไปรายการตัวที่โถงกลางหอประชุมใหญ่ หรือที่เรียกติดปากว่าพันห้า (มาจากอาคารพันห้าร้อยที่นั่ง) เราไปเอาตอน 11 โมงโน่น - - เห็นแต่ละคนแต่งตัวกันงามๆ เลยโยนเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ตั้งใจจะใส่ไปไว้แถวๆนั้นรายงานตัวแล้วก็ได้กำหนดการซ้อม+รับปริญญา แถมแก้วที่ระลึกมาอีกใบ
ตอนบ่าย เข้าหอประชุม ฟังเค้าชี้แจงเรื่องรับปริญญา เอา No Money เข้าไปด้วย กะอ่านแก้เซ็ง แต่บังเอิญแถวหลังมันผู้ชายทั้งนั้นเลยใจไม่ด้านพอ เมทN ที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นจึงหยิบไปอ่านเฉย แถมส่งให้เพื่อนชายข้างๆอ่านอีก!! (ไอ้ผู้ชายคนนั้นก็อ่านนะ - -)กว่าเค้าจะปล่อยตัวออกมาก็ 4 โมงเย็นช้ากว่าที่คิดแฮะ
คืนนี้มีงานสำคัญอย่างหนึ่งที่เราจะไปให้ได้ นั่นก็คือ...
งานบายเนียร์นั่นเอง
ตอนอยู่ปี 1 - ปี 4 ไม่เคยโผล่หัวไปกะเค้าหรอก แต่พอเป็นบัณฑิตเลยอยากไปมั่ง (ไปกินฟรี ประหยัดไปหนึ่งมื้อ หึหึ) ช่วงเย็นวานเราได้ไปเช่าชุดมาแล้ว เป็นชุดที่...เอ่อ... คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ใส่มันอีกเป็นครั้งที่ 2 - - (นึกสภาพคนร่างบางแต่มีพุง ใส่ชุดสายเดี่ยวสั้นเหนือเข่าแถมฟิตทั้งตัว น่าอะเฟรดขนาดไหน ต้องแขม่วพุงแทบแย่!!) ด้วยความที่ขี้เกียจไปแต่งหน้าข้างนอกเลยให้เมทN และน้องเมทB ช่วยกันละเลง(?)จนหนำใจ ผลออกมาดีกว่าที่คิดแฮะ แถมไม่ต้องเสียตังค์ซักบาท 55555+
ในงานบายเนียร์ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษง่วนกับการกินซะเป็นส่วนใหญ่ จะส่องรุ่นน้องก็มองไม่ค่อยเห็นเพราะมันมืด (แดกดีกั่ว) และทันใดนั้น... สายตาเราก็ไปเจ๊อะกับชายหนุ่มผิวขาวร่างสูง ใส่เชิ้ตสีฟ้า ผูกไทค์สีน้ำเงิน อย่างเท่ห์!! เฮ้ย... ใครวะ สำนักเรามีคนแบบนี้ด้วยเหรอ(?) แต่พอเค้าหันหน้ามา...
อ้าว...
อีนังเคธี่นี่หว่า - -+
สรุปแล้วมันก็คือกะเทยเพื่อนสนิทคนแรกในรั้วมหาลัยของอิชั้นนี่เองแต่งซะหล่อ(ความจริงมันก็หล่อน่ะแหล่ะ)แล้วก็มีเพื่อนกะเทยอีกคน แต่งแมนสุดฤทธิ์ ถ่ายรูปแต่ละทีเก๊กท่าเหมือนนายแบบชื่อดัง(อีแรด ไม่ต้องมาอ้อร้อเลย) ว่าแล้วข้าพเจ้าก็หันไปมองรอบๆ เออ... ผู้ชายสหเวชมีแต่กะเทยนี่หว่า - - เลิกหวังแล้วกู
คืนนั้นกลับถึงหอเร็วหน่อย ประมาณ 4 ทุ่ม เนื่องจากง่วงชิบหายและวันต่อมามีซ้อมรับปริญญาอีก รีบนอนดีก่า
จันทร์ 10 กรกฎาคม 2549
วันซ้อมวันแรก ช่วงเช้าเป็นการซ้อมย่อยแยกกันไปแต่ละสำนักวิชา ชาวสหเวชไปรวมตัวกันที่ห้องเรียนห้องหนึ่ง แล้วการซ้อมก็เริ่มต้นขึ้น ต้องใส่คัชชูคู่ที่ใช้วันจริงด้วยว่ะ - - โคดเจ็บตีนเลย รองเท้ามันหลวม (ขนาดใส่เบอร์ 3 แล้วนะเฟ้ย) พอยัดๆข้างหน้าให้มันแน่นๆ ก็เจ็บหัวแม่ตีนอีก ส้นก็สูงชะมัด เดินลำบาก -*-
ช่วงบ่ายไปซ้อมรวมในหอประชุมใหญ่ เท้าพลิกบนเวทีซะงั้น ชั้นล่ะอยากกรี๊ดกลางพันห้าตอนซ้อมตลอดวันไม่เห็นเป็นไร พอซ้อมรอบสุดท้ายเท่านั้นแหล่ะ พลิกเลย คงเป็นเพราะขามันล้าแล้วมั้ง เดินใส่คัชชูเนี่ยสิ้นเปลืองพลังงานกว่าใส่รองเท้าแตะหลายเท่าเลยนะ พอซ้อมเสร็จรีบสลัดคัชชูทิ้งเลย
ค่ำคืนนี้ก็มีพิธีสำคัญอีกอย่าง นั่นก็คือ...
คาราโอเกะของเมทๆ > <
น้องเมทK ไปจองเอาไว้แล้ว 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม แต่เราขอเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง เพื่อความสะใจ งานนี้มีจ่ายกันแค่ 2 คนคือเรากับเมทN (ไอ้พี่บัณฑิตนี่แหล่ะ กระเป๋าฉีกกันถ้วนหน้า) งานนี้มีศึกชิงไมค์กันเล็กน้อยถึงปานกลาง ใครที่ไม่ได้ไมค์ก็แหกปากเอา ร้องเพลงกันจนลืมเวลา ตอนที่เค้ามาไล่ยังมีเพลงในคิวอีกตั้งหลายเพลง เสียดายชะมัด -*-
หลังจากร้องเกะเสร็จ ก็ไปหาอะไรกินกันต่อ (หิวเบ่อะ) เจอร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆนั้นท่าทางน่าอร่อย เลยตัดสินใจกินก๋วยเตี๋ยวหน้าใส(กับเมทโทรมๆ) แดกเสร็จก็แยกย้ายกันกลับหลุม เอ๊ย กลับห้อง ไอ้เราก็นั่งโม้กับน้องเมทB อีกพักใหญ่ๆ กว่าจะนอนก็ตี2 เข้าไปและ นี่ต้องตื่นมาแต่งหน้าตอนตี 4 อีกนะเนี่ย เพราะวันรุ่งขึ้นซ้อมใหญ่แล้ว
อังคาร 11 กรกฎาคม 2549
สรุปก็ได้นอนแค่ 2 ชม. - - ตื่นมาตี 4 อาบน้ำแต่งตัวไปแต่งหน้าที่ร้านในม.นี่แหล่ะ วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ ต้องแต่งหน้าใส่ชุดครุยเหมือนวันรับจริงทุกประการ ช่วงเช้ามีถ่ายรูปหมู่ของแต่ละสำนักวิชาด้วย และก็มีถ่ายรูปตามอัธยาศัย ช่วงบ่ายเป็นการซ้อมรับปริญญาในห้องประชุมใหญ่
เมื่อโอน่อยแต่งเครื่ององค์เสร็จสรรพแล้ว ก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้

โดนกันคิ้วด้วย หน้าเลยดูแปลกๆไป อีกอย่าง เราแทบไม่เคยแต่งหน้าเข้มขนาดนี้ ดูตัวเองในกระจกแล้วก็ยังงงๆ ที่จริงปกเสื้อมันต้องไม่แล่บออกมานะ ข้าน้อยพลาดไปแล้ว ชุดครุยนี่หนักมากๆเลย ที่บ่ามันเสริมอะไรแข็งๆเข้าไปด้วย ทรมานชะมัด T T

ถ่ายกับกระเช้ายักษ์ที่จะมาแค่ช่วงรับปริญญา แดดมันร้อนแล้วนะเนี่ย

ชุดครุยของอาจารย์จะเป็นแถบม่วง+ปกม่วง ถ่ายกับเพื่อนร่วมเมเจอร์และจารย์เปิ้ลที่สวยวันสวยคืน = =
พอใกล้ๆ 10 โมงก็เป็นคิวถ่ายรูปรวมของสำนักวิชาสหเวช เค้ามีให้ยืนแยกตามส่วนสูงด้วยนะ เริ่มจากหญิง 155 หญิง 160 หญิง 165 หญิง 170 ชาย 160 ชาย 165 ชาย 170 ชาย 175 ชาย 180 มองๆดูแล้ว...
กูจะยืนแถวไหนวะ - -" ไม่มีช่วงส่วนสูง 1xx มั่งเรอะ เอาเหอะ ยังไงซะในแถวเค้าก็จะเรียงตามส่วนสูงอีกที

บรรยากาศตอนถ่ายรูป (เรายังเดินมาไม่ถึง)
แดดร้อนมากๆ เจ็บตีนมากๆ เนื่องใส่คัชชูอยู่นาน + เดินไปเดินมา รองเท้ากัด แล้วไปยืนตากแดดอีก เหมือนคัชชูมันจะดูดความร้อนไว้เลยเว้ย เท้าร้อนไปหมด สุดยอดแห่งความทรมานเลย T Tดีนะเนี่ยที่โทรจิกให้น้องเมทเอารองเท้าแตะมาให้ พอถ่ายรูปรวมเสร็จก็เลยมาถ่ายรูปกับเพื่อนๆต่อ

โปรดสังเกต เปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะแล้วอย่างรวดเร็ว!! ผู้ชายในรูปนี้เห็นหลายคนก็จริงแต่เป็นกะเทยเกือบทั้งหมด - - ยกเว้นคนใส่แว่น(คนที่ 3 นับจากซ้าย) นอกนั้นเพื่อนสาวทั้งเพ 555+
ช่วงบ่ายซ้อมใหญ่ ระหว่างพิธีการก็นั่งสัปหงกอยู่ ทุเรศตัวเองจริงๆ(ก็นอนน้อยเบ่อะ) สิ่งที่ประทับใจมีอยู่อย่างนึงคือ วงประสานเสียง ดูเหมือนจะเป็นรุ่นแรกซะด้วย เค้ามาร้องเพลงประจำมหาลัย และอื่นๆอีก 2-3 เพลง ตอนที่ร้องเพลงมหาลัยน่ะ เราถึงกับน้ำตาคลอเลย เพราะมากๆ ถึงแม้การร้องของน้องๆจะยังไม่ถึงกับมืออาชีพ แต่พอได้ฟังก็รู้สึกถึงความรักที่มีต่อมหาลัย เรางี้กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ โฮฮฮฮฮ เพราะชิบหาย ToT
การซ้อมใหญ่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะไม่เพอร์เฟ็คนักก็ตาม คืนนี้เรานอนเร็วขึ้นเพราะต้องตื่นไปแต่งหน้าตอนตี 2 (ทำไมเช้าขึ้นวะ) บอกตามตรงว่าเหนื่อยมากๆ ซ้อมติดๆกัน แล้วก็รับจริงเลย วันนั้นขามันล้าไปหมด ปวดก็ปวด ไปซื้อเคาเตอร์เพนมาทาด้วย (แต่ไม่ยักกะหาย)
พุธ 12 กรกฎาคม 2549
และแล้ว... วันนี้ก็มาถึง ตื่นตั้งแต่เกือบๆตี 2 ไปถึงร้านประมาณ 2.15 ยังไม่มีใครมาเลย o_O เห็นช่างเพิ่งฟื้นขึ้นมา บอกให้เราเข้าไปนั่งรอก่อน ซักพักใหญ่ๆก็มีอีกคนนึงมาถึง จึงเริ่มทำการแต่งหน้าทำผม ทำเสร็จตี 3 กว่าๆ ง่วงชิบเป๋ง กลับไปนั่งอ่านการ์ตูนที่ห้องฆ่าเวลา จะนอนก็นอนไม่ได้ เดี๋ยวผมเสียทรง แต่สุดท้ายความง่วงก็ชนะ เวลาตี 5 กว่าๆ ตัวข้าเลยฟุบลงกับเตียงนอนตะแคงเอา ตื่นอีกที 6 โมงกว่าๆ หาอะไรกินแล้วก็เตรียมตัวไปถ่ายรูปต่อ
พอ 8 โมงกว่าๆ ญาติๆก็มาถึง มีพ่อ แม่ น้องบ้า 2 ตัว แล้วก็ย่า ที่จริงลุงป้า+ลูกพี่ลูน้อง+หลาน จะมาด้วย แต่มีเรื่องยุ่งๆเลยไม่ได้มา ช่วงเช้าจึงเป็นการทัวร์ถ่ายรูปและเทศกาลรับของขวัญ

ถ่ายกับเมทN โปรดสังเกต ไอ้เตี้ยมันใส่แตะ(ก็กูเจ็บตีนอ้ะ) ที่เมทN ถือนั่นคือรูปที่ได้จากน้องเมทK เป็นภาพวาดเหมือน เห็นแล้วฮามาก ของตัวเองก็มีแต่ไม่ให้ดู หึหึ

เอ่อ... แบบรั่วๆ เวลารวมเมทกันแล้ว ถ่ายภาพดีๆไม่ค่อยจะได้ นี่ยังอายสายตาประชาชีอยู่นะ มันถึงได้เรทน้อยขนาดนี้ (แต่ดูเมทN แล้วเธอใส่ไม่ยั้ง) ใส่ชุดครุยอยู่แท้ๆ - -"

อีกรูปกับเมทๆ ไปถ่ายที่ซุ้มสหเวช ของมันเต็มไม้เต็มมือเลยออกอาการไม่ถนัด ช่อดอกไม้เห็นงั้นก็เหอะ หนักนะเฟ้ย แบกกันเมื่อยแขนเลย
และที่ขาดซะไม่ได้
ต้องไปให้รุ่นน้องเค้าบูมซักหน่อย พอโดนบูมเสร็จก็จะมีกล่อง(+คนถือ)ปร่มาหาเรา ทำให้เราต้องควักตังค์ในกระเป๋าออกมาจ่าย จนได้สิน่า
ย้อนไปเมื่อตอนเราอยู่ปี 1 ปีนั้นเป็นปีที่มีพิธีรับปริญญาเป็นปีแรก (เราเป็นรุ่น 5 พอเข้ามาพี่รุ่น 1 จึงจบพอดี) เป็นปี 1 รุ่นแรกที่ต้องไปบูมรุ่นพี่ แต่งตัวมารอพี่ๆแต่เช้า พอพี่บัณฑิตมาก็กอดคอกัน บูมกันหน้าทิ่มหน้าหงาย พอมาปีนี้ เราเป็นฝ่ายโดนบูมมั่ง รู้สึกน้ำตาจะไหลอีกแล้ว T-T ตอนน้องเค้าบูม เราก็พึมพำๆตามไปด้วยก็มันจำฝังใจนี่หว่า
ช่วงบ่าย ถึงเวลารับจริง เดินขบวนเข้าในห้องประชุมใหญ่ประมาณบ่ายโมง คนมาดูกันเพียบเลยเว้ย ตื่นเต้นๆ เจ็บตีนก็เจ็บตีน (เหอๆ) เดินลากคัชชูไปนั่งสัปหงก อีกแล้วครับท่าน ต้องคอยให้เพื่อนข้างเคียงคอยปลุก (แล้วเราก็ต้องคอยปลุกเค้า)
เวลาเกือบๆบ่าย 3 เจ้าฟ้าหญิงก็มาถึง (ขออภัยที่ไม่ได้ใช้ราชาศัพท์) ในขณะที่เรากำลังนั่งเกร็งสุดชีวิต ทั่วทั้งหอประชุมเงียบกริบ แล้วพิธีการก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ตอนขึ้นไปรับน่ะ เราจำอะไรแทบไม่ได้เลย มันเร็วมากๆ รู้ตัวอีกที ในมือก็มีปริญญาบัตรแล้ว ตัวมันลอยๆยังไงไม่รุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ ก็ลงมาถ่ายรูปอีกนิดหน่อย ตอนนั้นเราเพลียสุดขีด เลยงอแงกับแม่ด้วย (เด็กจริงๆ) แง้วๆจะถอดชุดครุย จะกลับห้อง จะนอน บลาๆๆๆ เลยขึ้นไปเอาของที่ห้องฝากแม่กลับไปก่อน ในขณะที่ตัวเองจะอยู่ม.อีกวันนึงเพื่อเที่ยว (เลวจริงๆ) บัณฑิตคนอื่นๆ แห่กันไปถ่ายรูปกับป้ายหน้าม.ซะยกใหญ่ เนื่องจากตอนยังเรียนอยู่ ไม่มีใครเค้า(กล้า)ไปถ่ายกัน (เด็กม.เชื่อกันว่า ถ้าไปถ่ายรูปกับป้ายม.แล้วจะเรียนไม่จบ) ส่วนเราขี้เกียจไป ก็มันเหนื่อยเบ่อะ จะให้ใส่ชุดครุยถ่อไปถึงป้ายหน้าม.อีกเหรอ แง้วๆๆๆ (งอแงไม่เลิก)
คืนนั้นนอนหลับเป็นตาย แต่ในใจยังซึมๆ คิดถึงม.ว่ะ (ยังอยู่ที่ม.แท้ๆ)
พฤหัส 13 กรกฎาคม 2549
วันเที่ยว หึหึหึ ไปดูหนังกับเมทๆ เรื่องไพเรทฯ งานนี้กูเลี้ยงคนเดียว T^T (เมทN กลับไปแล้วเลยไม่มีคนช่วย) คนอื่นก็จนๆกันอยู่ แต่ด้วยความที่อยากดูจัด คนทำงานแล้วอย่างเราก็เลยต้องทำหน้าที่จ่ายตังค์ไป เอาวะ เพื่อเมท T^T
เริ่มขี้เกียจบันทึก ข้ามไปเลยดีก่า
ศุกร์ 14 กรกฎาคม 2549
กลับบ้านนนนน จบข่าว (แค่เนี้ยะ??)
***********
กลับม.ครั้งนี้ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายต่ออย่างเลยอย่างเช่น มีเซเว่นแห่งแรก มีศูนย์หนังสือ ศูนย์กีฬาที่สร้างมานานนมก็เปิดใช้ บลาๆๆๆ อีกมากมาย(ทำไมต้องมาตอนกูจบด้วยฟะ แง่งๆๆ) ที่เห็นได้ชัดก็คงจะเป็น ช่วงทางเข้าม.ล่ะนะ เมื่อก่อนตอนที่เรามาใหม่ๆ ตั้งแต่ถนนใหญ่ เรื่อยไปถึงป้อมยามหน้าม. ระยะทาง 2-3 กิโลเมตรนั่น มีแค่บ้านคนประปราย ร้านค้าแทบไม่มี แต่บัด now มีทั้งหอพัก ตึกแถว ร้านค้าสารพัด(ร้ามเกมก็มี โฮกกก) แถมยังมีโครงการบ้านจัดสรรกำลังสร้างอีก โอย มากมายๆ ระยะเวลาแค่ 4-5 ปี มันก็เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวรึเนี่ย
สุดท้ายนี้... อยากจะบอกแค่คำเดียว
เรารักวลัยลักษณ์
ไม่เสียใจเลย ที่เลือกเรียนที่นี่ ^^

แง่งๆๆๆ พูดแล้วก็อยากไปเรียนอีก
เหมือนยังใช้ชีวิตมหา'ลัย ไม่คุ้มเลย TT^TT
237 ... เอา ห้องของเราคืนมา โว้ววว เย่~~~
#1 By เมทแนนนี่ (58.8.182.24) on 2006-07-15 22:23