เราไม่ชอบงานบริการ

............................

วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่เราเข้าเวรติดๆกันในช่วงวันหยุดยาว ความเหนื่อยล้านั้นทวีคูณทับถมตามกาลเวลา เนื่องจากมื้อเช้านั้นมีเพียงไวตามิลค์ 1 ขวดและขนมปัง 1 ก้อน ทำให้ท้องร้องเร็วกว่าปกติ

เราตัดสินใจกินข้าวเที่ยงเสียตั้งแต่ 11 โมง หากแต่งานที่มีมาเรื่อยๆ กว่าจะกินเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง

เที่ยงสิบนาที เราหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ หวังจะพักผ่อนจนถึงบ่ายโมง แต่ไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้น

"เกลียดเสียงโทรศัพท์ซะจริง"

เราค่อยๆเดินไปรับโทรศัพท์ติดฝาผนังอย่างเชื่องช้า ถ้อยคำที่ดังจากปลายสายนั้นบอกว่า จะมีการส่งแลปอีกในช่วงเที่ยงนี้ นั่นทำเอาเราถึงกับหน้าหงิกเพราะกะจะงีบอยู่แล้วเชียว

"จะส่งก็ส่งมาเหอะ"

เพราะถึงยังไงก็ต้องทำให้อยู่ดี ประโยคหลังนั่นถูกกลืนเข้าไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

พูดแรงเกินไปรึป่าววะ ถึงจะเบื่อแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าพูดถึงขนาดนั้น

หลังจากนั่งรออยู่หลายนาที คนไข้ในรถเข็นก็ถูกพามาเจาะเลือดที่ห้องแลป เราเดินลากขาอย่างเซ็งอารมณ์และพยายามปรับสีหน้าให้ห่างจาก "คนเบื่อโลก" ให้มากที่สุด

แลปที่หมอส่งตรวจมี CBC และ UA นอกจากเจาะเลือดตรวจแล้ว คนไข้จึงต้องตรวจปัสสาวะด้วย เมื่อมองของเหลวค่อนข้างขุ่นในกระปุกใสนั่นแล้ว ทำให้เรารู้ว่า น่าจะมีเลือดปนออกมาพอประมาณ อาการคนไข้ไม่ค่อยดีแล้วแฮะ

การตรวจ CBC จริงๆ ไม่ค่อยยุ่งยาก แค่ส่งเลือดเข้าเครื่องตรวจ มันก็จะประมวลผลและพิมพ์ออกมาเลย แต่ผลเลือดคนไข้คนนี้ทำให้เราถึงกับขมวดคิ้ว

"เกร็ดเลือดเป็น 0 เป็นไปไม่ได้น่า"

หลังจากทำซ้ำอีก 2-3 รอบ ผลออกมาไม่แตกต่างมากนัก ระดับเกร็ดเลือดของคนไข้ต่ำมาก เราเลยตัดสินใจไถสไลด์ดู ซึ่งทำให้เสียเวลาอีกไม่น้อย แต่ก็นั่นหล่ะ ถึงเครื่องจะทำได้ดีแค่ไหน ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง เราก็ไม่กล้าส่งผลไปให้หมอวินิจฉัยแน่ๆ

หลังจากผ่านไปอีกหลายนาที สิ่งที่มองเห็นผ่านเลนส์ของกล้องจุลทรรศน์ทำให้เรารู้ว่า เกร็ดเลือดต่ำจริงๆ คนไข้อาจเป็นไข้เลือดออก หรือเป็นอย่างอื่นที่อการแย่พอสมควร ไหนจะปัสสาวะที่มีเลือดออกมาขนาดนั้น หลังจากลงทะเบียนผลการตรวจเสร็จแล้ว เราเลยยื่นผลให้กับญาติคนไข้ที่นั่งรอหน้าห้อง

"ขอบคุณมากครับ"

ชายคนนั้นยกมือไหว้ เราถึงกับตกใจ อายุของชายคนนั้นน่าจะไม่น้อยกว่า 30 แต่เขากลับยกมือไหว้ขอบคุณเด็กขี้เกียจจอมอู้ที่ก่อนหน้านี้ยังบ่นไม่อยากทำงานอยู่เลย

ละอายแก่ใจจริงๆ

.....................................

12.45 น. เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

"ว้อยยย เกลียดเสียงโทรศัพท์จริงๆเลย"

ถ้อยคำก่นด่าดังขึ้นนำร่างเล็กที่ค่อยๆเลื้อยไปหาโทรศัพท์ติดผนังอย่างเชื่องช้า แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างออก เจ้าตัวจึงพยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ให้สดใสที่สุด ก่อนที่จะยกแท่งพลาสติกขึ้นกดปุ่ม

"สวัสดีค่า ห้องแลปค่า"

.......................................

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ชอบงานบริการอยู่ดี

------------------------------------------------------------------

...............................................................

............................................

..................................

........................

................

.........

.....

...

.

.

.

.

.

ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เป็นแนวฟิค แต่ขี้เกียจคิดชื่อตัวละครเข้าไป มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง สดๆร้อนๆเลย ด้วยความที่ห่างหายจากการแต่งฟิคมานาน พอกลับมาอ่านดูมันเลยรู้สึกทะแม่งๆยังไงก็ไม่รู้ -*-

แต่ก็อยากจะพิมพ์ไว้ เอาไว้อ่านเตือนใจตัวเอง เฮ้อ... (ถอนหายใจเพื่อ?)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บางทีเรื่องเล็กๆน้อยจากการขี้เกียจของตัวเองกลับเป็นความหวังของคนอื่นก็ได้

เคยเป็นเหมือนกันแต่จำเหตุการณ์ไม่ได้หรอก

(ดูหนังตลอด ปาไปเกือบ10เรื่องแล้ว
.
.
.
.

ถูกต้อง เพราะวอนแสดงเป็นซีรี่เรื่องแรกเลยดูนะเนี้ย ความจริงเป็นไง รอตอนอัพ)

#1 By ♪♫...KIMSUNG...♪♫ on 2007-08-13 18:17

อ่านแล้วเศร้านิดๆอ่ะ
แต่คนเราก็พลาดกันได้เนอะ แต่ถึงจะขี้เกียจก็ทำจนเสร็จใช่ม้า อย่างน้อยก็ยังดีอ่ะเนอะ
ช่วงนี้พี่โอทำงานหนักมากเลยสิ สงสารอ่ะ สู้ๆเค้าน้าพี่โอ จะเป็นกำลังใจให้เสมอจ้า
Spybot : http://www.upfile.us/file/rar/spybotsd14.rar

#3 By Akkie (222.123.141.107) on 2007-08-17 10:58

เหนื่อยแต่ก็สุขใจ ไม่ใช่ว่าทุกอาชีพจะได้ทั้งเงินและยังได้บุญเหมือนเรานะคับ เป็นกำลังใจให้น้าจากรุ่นน้องเทคนิคการแพทย์คับบ

#4 By on 2008-03-15 10:44