BKK Summer Trip 2008 :: ร้อนกว่านี้มีอีกมั้ย?
posted on 08 Apr 2008 17:37 by bostaf in Travelเป็นการหนีงาน เอ๊ย ลางานไปเที่ยวแบบตามใจฉันครั้งแรกของปี กว่าจะหาจังหวะหยุดยาวๆแบบนี้ยากจังน้อ แต่ก็รู้สึกดีที่อดทนมาตลอด วะฮ่ะฮ่า
จุดประสงค์หลักของการทัวร์ครั้งนี้คือ ไปเที่ยวตามประสาพี่น้อง!! จะว่าไปก็ไม่เคยไปเที่ยวกันเฉพาะ 3 พี่น้องเลยแฮะ เราเลยถือโอกาสนี้ลากน้องคนเล็กไปด้วย และจะไปเจอกับน้องคนกลางที่เรียนซัมเมอร์อยู่ เพราะฉะนั้นทริปครั้งนี้ประกอบไปด้วย 1.พี่ 2.น้อง 3.เห็ด 55555555555555
หัวใจหลักอีกอย่างคือ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ใช้มันเป็นข้ออ้างในการลางานได้แนบเนียนจริงๆ หุหุ บอกว่าจะไปหาหนังสือมาตั้งไว้ในห้องแลป ส่วนเวลาที่เหลือ ... หุหุหุ
เสาร์ 29/3/2551 - จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
รถไฟคือพาหนะคู่ชีพ สำหรับการเดินทางระยะยาวข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ ถ้าไม่ได้ไปกับครอบครัวเราก็จะไปกับรถไฟนี่แหล่ะ เราชอบนั่งรถไฟนะ สบายดี ถึงมันใช้เวลานานก็เหอะ ชอบดูขบวนรถไฟยาวเหยียดแล่นไปตามราง ชอบฟังเสียงปู๊นนนนน ชอบนั่งมองวิวข้างทาง ชอบโบกมือให้คนที่ผ่านไป
รู้สึกว่าการบริการของรฟท.จะดีขึ้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะตู้นอนชั้นสองรึป่าวนะ - -" ไงล่ะ.. มันดีขึ้นหลายๆอย่าง มีพนักงานยื่นเมนูอาหารให้พร้อมเสิร์ฟถึงที่ มีคนทำความสะอาดคอยถูพื้นและเดินเก็บขยะ จริงๆเมื่อก่อนมันก็มีนะ แต่ไม่บ่อยขนาดนี้ นี่ถ้าปรับปรุงเรื่องระยะเวลาเดินทางไม่ให้เสียเวลาได้ ก็เจ๋งไปเลย
คืนนั้นนอนเตียงบนเพราะให้น้องนอนเตียงล่าง แอร์เย็นชิบหาย เสื้อกันหนาวกับถุงเท้าที่เตรียมไว้ก็เอาไม่อยู่ ผ้าห่มที่ดูเหมือนจะอุ่นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก สรุป นอนแทบไม่หลับเลย
อาทิตย์ 30/3/2551 - การรวมตัวของพี่น้อง(และเห็ด)
กว่าจะไปถึงหอของน้องก็ช่วงบ่าย ทั้งหิวทั้งเหนื่อย อากาศเมืองหลวงนี่มันร้อนกระชากใจจริงๆ มีความรู้สึกว่าตูต้องล้มพับไปอีกแน่ๆ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปหาอะไรที่แถวๆฟิวเจอร์ปาร์ค (จริงๆคือในเมเจอร์) มื้อแรกก็ล่อฟูจิซะแล้ว เพราะความอยากกินไฮโซแท้ๆ

พอถ่ายรูปออกมา น้องบอกหน้าชั้นเปลี่ยนไป =[]= กรี๊ดดดด หน้าบวมขึ้นนี่เอง มิน่าล่ะ

สั่งข้าวห่อไข่มา เพราะขี้เกียจใช้ตะเกียบ 55+ ซอสน้อยไปนิดเน้

น้องสั่งเบนโตะมาคนละที่ ปลาดิบอร่อย~ (ฉกของน้อง)
สรุปมื้อนั้น ทำเอาเจ้ามือจ่ายตังค์ด้วยอาการตัวสั่น แพงจ๊อดดด แด๊กอะไรกันนักหนาวะ~~~ เป็นการเปิดศักราชการละลายทรัพย์ที่สุดยอดจริงๆ - -
จันทร์ 31/3/2551 - สนุกสุดเหวี่ยง
ยกขบวนไปดรีมเวิร์ลกัน น้องพาขาตั้งกล้องไปด้วย กะว่าจะไปถ่ายรูปเต็มที่ แต่พอเอาเข้าจริงกลับถ่ายไม่ได้มากเท่าที่ควร (ยังไม่ทะลุพันรูป 555) ก่อนเข้าไปเล่นมีทายกับน้องว่า เฮอร์ริเคนจะเปิดมั้ย เพราะมาทีไรไม่เคยได้เล่นซักที สรุปว่าเปิดนะคร้าบบบ
ซื้อตั๋วแบบเล่นได้ทุกเครื่องเล่น+หลายรอบ จ่ายตังค์ด้วยมือสั่นเทาอีกแล้ว ก๊ากก นึกว่าจะ 300 กว่าต้นๆ ที่ไหนได้ ขาด 5 บาทจะครบ 400 - -"

ทุ่งทานตะวัน(เทียม) ได้ฟีลจริงๆ ยิ้มซะแก้มบาน กั่กๆๆ

เฮ็ดดี้กับยักษ์ขี้เซา เข้าไปในบ้านยักษ์ตอนแรกไม่มีคนเลย เย้ๆๆๆ กะจะถ่ายรูปให้เต็มที่ คณะทัวร์ที่ดูท่าว่าจะมาจากจีนก็ยกขโยงมา เซ็งจ๊อด - -

จำไม่ได้ว่าไอ้นี่เรียกว่าอะไร เหมือนจะเป็นของเล่นเด็กแต่เอาเข้าจริงสนุกมาก!! วนอยู่นาน คุ้มค่าจริงๆ รูปนี้น้องคนกลางเป็นคนถ่าย ข้าน้อยพยายามจะหันหัวเรือ เอ๊ย หันยานกลับมาโจมตีข้าศึกด้านหลัง แต่พวงมาลัยหนักชิบ - -+ ไอ้เห็ดที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่เล่นด้วยเลย อุตส่าห์สวมบทตำรวจอวกาศมาตามจับตัวผู้ร้ายข้ามแดน(ข้ามโลก)

ถ่ายจากกระเช้าลอยฟ้า ภาษาปะกิตเรียกไรวะ ไม่ค่อยกล้ามองลงมาข้างล่าง กลัวความสูง - -" แต่วิวดีสุดยอดดด

เอาขาตั้งกล้องไปเพื่อการนี้ แต่มันเอียงนี่หว่า - - ดูแบบนี้แยกออกมั้ยใครพี่ใครน้อง วะฮ่ะฮ่า คนมันหน้าเด็ก แสนจะภูมิใจ (ไม่ใช่เพราะตัวเล็กเรอะ?)

ภาพแสดงชนชั้นวรรณะ ด้านซ้ายสุดคือเบ๊ออฟเดอะเบ๊ สังเกตจากของที่หิ้วพะรุงพะรัง 555+ ตรงกลางคือราชา ข้ามีอำนาจที่สุด ก๊ากกก มุมขวานี่ ... องครักษ์มั้ง - -" รึว่าพลทหารดี
ตระเวนเล่นเครื่องเล่นจนครบทึกอย่าง บางอย่างก็เบิ้ลสอง ยังไม่ทันบ่ายแก่เห็นฟ้าครึ้มๆเหมือนฝนจะตก รีบกลับดีกว่า

เป็นลมเอ่าะ ชอบภาพนี้เว้ย 55555
กลับไปถึงธรรมศาสตร์ ชะแว้บเข้าร้านเสริมสวยเพื่อสระ+ตัดผม เพลียจนเกือบหลับคาเก้าอี้แน่ะ
อังคาร 1/4/2551 - งานละลายทรัพย์ประจำปี
จุดมุ่งหมายของวันนี้คืองานหนังสือ และดูเหมือนว่ามันจะเป็นจุดมุ่งหมายของใครอีกหลายๆคน เพราะดูจากจำนวนประชากรที่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเยอะมาก!! และพอถึงสถานีศูนย์สิริกิติ์ กลุ่มคนเหล่านั้นก็พรูกันออกมา
อากาศร้อนของกทม.ทำให้เราเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี บวกกับทัวร์สุดขีดที่ดรีมเวิลด์ทำเอาปวดเนื้อเมื่อยตัวไปซะหมด ได้ข่าวว่าพี่ๆเพื่อนๆ DJF มากันวันนี้ ก็มิได้โทรตามแต่ประการใดเพราะข้าน้อยอยากใช้เวลาในวานให้น้อยที่สุด เจอฝูงมนุษย์แบบนี้ก็อยากจะเป็นลมแล้ว
บู๊ตที่ไม่พลาดคือ JBOOK - Bliss ไปสอยนิยายสืบสวนมาเพียวๆ เกือบ 10 เล่ม บู๊ตเนชั่น วิบูลย์กิจ บงกช คงไม่ต้องบอกว่าไปทำอะไร - - การ์ตูนจ๋า ข้ามีชีวิตเพื่อสิ่งนี้ มาดูที่ซื้อๆไป แล้วตูจะเอาไปวางไว้ส่วนไหนของบ้านวะ ชั้นวางหนังสือก็ล้นแล้ว สงสัยต้องเก็บหนังสือเรียนใส่กล่องแล้วเอาการ์ตูนวางแทน ;D (เลว)
สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือหนังสือเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการ เดินเข้าบู๊ตศูนย์หนังสือจุฬาแบบเสียมิได้ ถ้าไม่มีกลับไปอาจโดนเชือดแน่ (หัวหน้า : ที่ลางานไปตั้งอาทิตย์เพื่อเอาไปเที่ยวอย่างเดียวเรอะ ตายยย)
กลับมาถึงห้องค่อนข้างเร็ว เหล่าทหาญร่วมสมรภูมิได้แต่นอนอ่านหนังสือ(การ์ตูน)เหมือนคนติดยา 555+
พุธ 2/4/2551 - ร่างกายไม่รักดี
วันนี้นัดยัยฝน & พี่นิจจี้+ท่านงูไว้ (นัดคนละช่วงเวลา) กะไปนอนบ้านพี่นิจจี้ด้วยเลยแบกเป้ใส่เสื้อผ้าออกมา ชักปวดหัวกึ่มๆ สงสัยนอนไม่พอเพราะมัวแต่อ่านหนังสือ 555+ ไปเดินสยาม+มาบุญครองกับน้อง ตอนนั้นอาการก็เริ่มเลวลงๆ ทุกย่างก้าวราวกับกระทบกระเทือนไปถึงส่วนในสุดของสมอง ความปวดที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทำให้เรารี่ไปซื้อพารา หาอะไรกิน แล้วซัดยาเข้า 2 เม็ด (แค่นี้ตับก็รับไม่ค่อยไหวแล้ว - -)
แต่มันก็ไม่ดีขึ้นเลย ถึงแม้ว่าตอนนั่งพัก ความเจ็บปวดจะทุเลาลง แต่พอลุกขึ้นเดินมันก็กลับมาปวดอีก เลยโทรไปยกเลิกนัดยัยฝน แค่มาเจอกันก็พอ ไม่ไปเดินเตร่ด้วยแล้ว T_T จากนั้นก็โทรไปขอโทษขอโพยพี่นิจจี้ต่อ เสียความรู้สึกมากมาย ตัวเองเป็นคนนัดเองแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับผิดคำพูดซะเอง
กลับมานอนที่ห้องน้อง เอาผ้าเย็นๆโปะตากะว่าคงช่วยได้บ้าง แล้วน้ำตาแห่งความเจ็บใจก็ไหลออกมา ทำไมเวลาแบบนี้ความถึกถึงไม่บังเกิดขึ้นมานะ ไอตอนที่หวัดระบาด รึโรคห่าเหวอะไรต่อมิอะไร เราก็รอดพ้นมาได้ทุกครั้ง แต่แค่มาเจออากาศของเมืองหลวง ทำไมถึงเอาชนะไม่ได้ซักที
สงสัยชาตินี้คงใช้ชีวิตในบางกอกไม่ได้แล้ว เอวัง
พฤหัส 3/4/2551 - เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซ้ำแล้วซ้ำอีก
อาการดีขึ้นกว่าวันก่อนนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่หายขาด วันนี้นัดเพื่อนๆไว้หลายคน เป็นตายร้ายดีก็ต้องออกไปให้ได้ คราวนี้ถึงแม้จะไปล้มฟุบต่อหน้าเพื่อนก็ไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ เพราะเรามั่นใจว่าถึงยังไงเพื่อนเราก็ต้องดูแลอยู่แล้ว 555+ มีเพื่อนดีนี่มันดีจริงๆ
นัดเพื่อนซี้(ไอ่ลุย)ไว้ 11 โมง ตอนแรกกะว่าจะไปกินบุฟเฟ่ต์เค้กกัน แต่ด้วยความที่ร่างกายไม่รักดี ทำให้ความอยากอาหารลดลงไปกว่า 95% กรี๊ดดดดดด อยากจะบ้า มาทีไรไม่ได้กินซักที ไอ้ลุยบอกว่าจะมีเงือกกับโบตามมาสมทบ กับเพื่อนมันอีก 1 ใครไม่รู้ กูไม่แคร์ - - ป่วยแล้วพาลเข้าใจมะ 555+
ไปนั่งกินที่ฮะจิบัง ไอ้ลุยบอกว่าเพื่อนที่มันนัดอีกคนก็อยากกินบุฟเฟ่ต์เค้ก แต่ก็เลื่อนมาเป็นฮะจิบังเพราะความเอาแต่ใจของไอ้นี่ ตอนนั้นเราไม่แคร์จริงๆนะว่าเพื่อนลุยจะเป็นใคร กุปวดหัว แม่งจะนัดใครก็ช่าง แต่พอเธอปรากฏตัว...
จำไม่ได้แล้วนะว่าเคยช็อคขนาดนี้มาก่อนมั้ย เป็นพวกตกใจแล้วจะเงียบ อีกนัยคือโคดฟอร์มจัด สิ่งที่ไอ้ลุยคาดหวังไว้คือเราจะดีใจแล้วกระโดดกอดเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานานแสนนาน ซึ่งไอ้ลุยอุตส่าห์ทำเซอร์ไพร้ส์ให้เรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไอ้ตูดนี่นั่งเงียบ เงียบ เงียบ และเงียบ ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนอีก 2 คนตามมาสมทบทีหลัง มันก็ยังคงเงียบ เงียบ เงียบ แบบชวนตื้บต่อไป
ความเป็นจริงที่อยากสารภาพคือ ดีใจจนน้ำตาจะไหลต่างหาก -w- ที่นั่งนิ่งเพราะพยายามกลั้นน้ำตาอยู่ ที่ไม่พูดอะไรเพราะกลัวจะปล่อยโฮออกมา แค่นั้นแหล่ะ ;D มันมีเหตุทำให้เราไม่เจอกันมาหลายต่อหลายครั้งจนเราทิ้งความหวังไปแล้ว พอได้เจอก็เลยช็อคเป็นธรรมดา(เหรอ)
มื้อเย็นไป CTW เจอสมาชิกรุ่นเก๋าของ hellven ตอนนั้นสดใสขึ้นเยอะแล้ว นั่งจ้อเสียงลั่นร้านโคบุเนะแบบไม่สนใจชาวบ้าน ไม่ได้หัวเราะแบบเต็มที่อย่างนี้มานานแล้วมั้ง ดีใจที่ได้เจอเพื่อนหลายๆคน ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะที่มากัน ^^
ศุกร์ 4/4/2551 - ละลายทรัพย์ปิดท้าย
กว่าจะออกจากห้องไอ่ลุยก็เกือบบ่ายเพราะฝนตก กลับไปถึงห้องน้องช่วงบ่าย นั่งๆนอนๆ พร้อมกับสาปแช่งความร้อนของเมืองกรุง อยู่ 5 วัน น็อคไป 2 วัน สรุปตูมาทำอะไรที่นี่ - -" ช่วยไม่ได้นี่นา คนมันชินกับอากาศชนบท นี่ก็ดีขึ้นจากปีก่อนๆแล้วนะ ตอนนั้นแค่ไปเดินข้างถนนก็น้ำมูกน้ำตาไหล ไอจาม ปวดหัวไปเป็นวันแล้ว (สงสัยจะมี Anti-มลพิษ เยอะไปหน่อย - -)
ตอนเย็นรอน้องเรียนเสร็จก็ออกไปร่อนเป็นวันสุดท้าย ไปหาอะไรกินที่ฟิวเจอร์ หนีไม่พ้นอาหารญี่ปุ่น กะว่ากรอบขนาดนี้คงไม่มีตังค์พอ แต่เอาวะ มื้อสุดท้าย 555+ เข้าไปนั่งใน Sukishi สั่งแค่คนละอย่าง ค่าอาหารก็อืม... นะ ซุปมิโสะอร่อยที่สุดตั้งแต่กินอาหารญี่ปุ่นมา ;D สามพี่น้องเลยซดกันเกลี้ยง
จากนั้นก็หาเรื่องเสียตังค์ต่อ เข้าไปในร้านไดโซะ(รึป่าวนะ) ทุกอย่าง 60 บาท พยายามเลือกของที่ดูท่าน่าจะแพง สิริรวม 10 ชิ้น ของน้องคนละชิ้นสองชิ้น นอกนั้นพี่เหมา 555+ เสร็จจากนี่ก็ไปเดินบิ๊กซีอีก ดีนะที่มันใกล้เวลาห้างปิด ไม่งั้นคงได้มาอีกเยอะ -w-
กลับมาเช็คยอดเงินในบัญชีผ่านเว็บ แอบเครียดเล็กน้อย เงินเดือนเดือนนี้ใช้หมดแล้วว่ะ กร๊ากกกก (รอโอทีออกละกัน - -)
เสาร์ 5/4/2551 - Long Road
วันนี้ต้องนั่งรถหลายชนิด ตั้งแต่รถรางในมธ. รถตู้ NGV ไปจตุจักร รถไฟฟ้าใต้ดินไปหัวลำโพง แล้วก็รถไฟกลับบ้าน สัมภาระเพิ่มขึ้นหลายชิ้น เป้ที่แบกก็หนักเหลือใจ แถมยังมีกองหนังสือและสารพัดของที่ซื้อกลับบ้านอีก มาเจออากาศร้อนๆที่เราแพ้ทาง ทำเอาแทบเสียสติ
เย็นวันนั้นมีเพื่อนโทรมาถามข่าวคราวและอวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย แม่โทรเข้าเครื่องน้องเป็นระยะๆ ไม่อยากจะบอกว่าพาน้องมาคราวนี้ ท่าทางที่บ้านจะเป็นห่วง(น้อง)มาก โทรเช็คทุกวัน วันละหลายรอบ (ถ้ามาคนเดียวคงถามแค่รอบเดียวว่าจะกลับเมื่อไหร่ -*-) คืนนั้นนอนห่อตัวด้วยความหนาวเหน็บพร้อมกับก่นด่าตัวเองว่าช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรื่องมากจริงๆ ร้อนไปก็เฉ่า หนาวไปก็ซีด กลับไปอยู่บ้านนอกไป๊
อาทิตย์ 6/4/2551 - To be continued...
ถึงบ้านเที่ยงกว่าๆ โทรบอกน้องบอกเพื่อนว่าเหยียบมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพแล้วก็ไปอาบน้ำ (เน่ามา 1 วันเต็มๆ) เทเสื้อผ้าออกจากเป้ลงเครื่องซักผ้า แล้วก็นับเวลาที่เหลืออยู่ พรุ่งนี้ตูต้องขึ้นเวรนี่หว่า ได้ข่าวว่าช่วงเวลาที่เราไม่อยู่ ที่ห้องมีปัญหาหลายอย่าง คนไข้ก็เยอะ เครื่องมือก็รวน อย่างว่าอ่ะนะ แรงงานคนสำคัญขาดไป ย่อมมีความลำบากเป็นธรรมดา 55555
นั่งดูปฏิทิน อีกนานแค่ไหนนะกว่าจะได้ไปเที่ยวแบบนี้อีก = = คิดว่าคงหาช่วงลางานยาก(อีกแล้วครับท่าน) แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ว่าแล้วก็เช็คตารางเวร หาช่วงที่ได้หยุดดีกั่ว
*-*-*-*-*-*-*-*
สรุปการเดินทางครั้งนี้
1. กรอบแล้วว้อยยยย เงินหายไปไหนหมดเนี่ยยยย
2. เจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดหลายอย่างจนเวียนเฮด @_@ แต่โดยรวมถือว่าค่อนข้างดี
3. ชาตินี้คงอาสัยในบางกอกไม่ได้แน่ๆ แพ้อากาศเมืองหลวงอย่างแรง
3.1 ไปเที่ยวเมืองนอก็ไม่ได้ด้วย แพ้อากาศเย็น
3.2 สรุป เอ็งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่วงอาศัยแคบจริงๆ
4. เห็ดก็ยังเป็นเห็ดวันยังค่ำ ;D

#1 By Heddo (222.123.137.210) on 2008-04-08 22:17